How to compile RAPTOR

posted on 21 May 2011 06:28 by ballll  in Programming
Entry นี้เขียนไว้เพื่อบันทึกวิธีเอาไว้ หากภายหน้าจำเป็นต้องติดตั้งอีกจะได้กลับมาอ่าน หรืออาจเป็นประโยชน์ต่อคนที่ต้องการ ดังนั้นหากใครไม่ได้ใช้แล้วผ่านมาเห็นอาจข้ามไปก็ได้ครับ
 
RAPTOR คือ Flowchart Interpreter ตัวหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเขียนโปรแกรม โดยคณะผมได้นำมาใช้ในการเรียนการสอนนักศึกษาปี 1 เพื่อปูพื้นฐานให้คนที่ไม่มีความรู้ทางด้าน Programming ได้ลองคิดลองเขียนโปรแกรมอย่างง่ายๆ ดูบ้าง จะได้ไม่เป็น Big Step ในการเรียนรู้ เพราะมันไม่ต้องเขียน Code ที่ดูแล้วขี้เกียจเข้าใจนั่นเอง
 
จริงๆ แล้ว RAPTOR ที่เขาให้มาก็ดีอยู่แล้ว แต่เหตุเพราะอาจารย์อยากให้ผม Implement RAPTOR Test Server โดยให้สามารถระบุตัวตนของนักศึกษาที่ส่งเข้ามาได้ มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้อง Compile RAPTOR ใหม่ เนื่องจากต้องแก้ Code มันนิดหน่อย เพราะโดยปกติแล้ว RAPTOR ไม่สามารถแยกแยะตัวตนคนส่งได้ (RAPTOR เป็น Software Open Source ดังนั้นสามารถแก้ Code ได้อย่างอิสระครับ)
 
เนื่องจาก RAPTOR มันเขียนด้วยภาษา C# และ A# ทำให้คนที่วันๆ อยู่แต่หน้า Linux Terminal กับ OS X อย่างผมถึงกับกระอัก เพราะอะไรหรอ ? ก็เพราะผมไม่เคยใช้ Visual Studio หรือเขียนภาษาอะไรที่ลงท้ายด้วย # เลยน่ะสิ
 
แต่ไม่เป็นไร ลองดูบ้างก็ไม่เสียหาย
 
Step 1 - ลง Visual Studio C# Express (ผม Test แค่กับ 2005 กับ 2010)
 
Step 2 - ลง .NET 2.0 3.5 4.0
 
Step 3 - โหลด A# จาก SourceForge โดยโหลดไฟล์ mgnat.zip, asharp-setup.exe, vs_integration.exe
 
Step 4 - แตกไฟล์ mgnat.zip ไปที่ C:\ โดยให้มั่นใจว่าไม่แตกไฟล์ซ้อน Folder กัน ดูได้จากต้องมี Folder C:\mgnat\include อยู่ 
 
Step 5 - รันไฟล์ asharp-setup.exe แล้วเลือกไปลงที่ C:\ รอมัน Compile จนเสร็จ (นานมาก)
 
Step 6 - รันไฟล์ vs_integration.exe
 
Step 7 - โหลด Source Code ของ RAPTOR (Ver ล่าสุดของ src คือ 4.0.3.0001 13 March 2011)
 
Step 8 - ลง RAPTOR ปกติ Ver เดียวกัน (4.0.3.0001 13 March 2011)
 
Step 9 - เปิดไฟล์ raptor.csproj แล้วลอง Build ดูว่ามันขาดไฟล์ตัวไหน ก็ให้ copy จาก C:\Program Files\RAPTOR มาใส่ใน src ตาม path ที่มันระบุ มีประมาณ 13 ไฟล์มั้ง
 
Step 10 - Done!
 
Target ต่อไปคือทำยังไงก็ได้ให้ RAPTOR มันส่ง Code ขึ้นมา Server ด้วย (งานหนักอีกแล้ว)
เหตุเกิดขึ้นเนื่องมาจาก Harddisk Netbook ของผม (ขอเรียกว่านู๋เดลละกัน) ได้ลาโลกไปเรียบร้อยมานานแล้ว (ก่อนพัดลมนู๋แมคซะอีก) แต่ด้วยความที่ว่า Harddisk มันเป็น SSD แบบพิเศษที่ชาวบ้านเขาไม่ใช้กัน ทำให้ราคามันแพงมาก (16GB $89 เลยทีเดียว ยังไม่รวมค่าส่งนะ) ผมจึงตัดสินใจซื้อ Flash Drive มาใช้แทน Harddisk
 
และในวันนี้เอง ผมก็แวะซีคอนหน่อย เพื่อเดินหา Flash Drive 16GB ยี่ห้อ Sandisk หรือ Transcend มาใช้งาน เดินหาอยู่นานสองนาน (หาไม่ค่อยเจอ ส่วนใหญ่เจอแต่ Kingston) ก็ไปเจอกับ Sandisk 16GB ที่ร้านนึง ในราคา 840 บาท คุยไปคุยมาเขาก็ลดให้เหลือ 830 บาท เพราะจะซื้อสองอัน (ซื้อไปทำไมตั้งสองอันเดี๋ยวจะเขียนไว้ใน Entry หน้า) ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวไปกดตังก่อน เพราะตอนนั้นมีตังติดตัวอยู่แค่ 20 บาท พอดีร้านก็กำลังปิดแล้วด้วย ก็เลยรีบวิ่งไปกดตังที่บันไดเลื่อนข้างๆ MK แล้วรีบกลับมา เจ้าของร้านก็ใจดี ลดให้อีกเหลืออันละ 820 บาท จึงจ่ายตังไปแล้วเดินออกจากซีคอนอย่างมีความสุข ด้วยค่าเสียหาย 1,640 บาท
 
เหมือนจะไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วมันมีครับ คือประมาณสองวันก่อนที่ผมจะมาซื้อเนี่ย ผมได้ลอง Check ราคากับร้าน Jib ดูแล้วว่า Flash Drive 16GB Sandisk รุ่นเดียวกันเลยเนี่ยแหละ มันราคาแค่อันละ 619 บาทเท่านั้น ซึ่งผมก็จำๆ ไว้แค่ว่า ราคามันประมาณ​ 7-8 ร้อยอะแหละ (ผมชอบปัดเศษขึ้นให้ครบร้อย แล้วเตรียมเงินไปเกินครับ) และรวมทั้งในวันนี้ผมเดินตามร้านต่างๆ ในซีคอน Flash Drive 16GB ยี่ห้อนี้มันหายากมาก และ 16GB ยี่ห้ออื่นก็ราคาประมาณนี้กันทั้งห้าง ผมจึงควักเงินจ่ายไปอย่างง่ายดาย
 
พลาดซะแล้วครับ (820-619)*2 = 402 บาทของผม Tongue out

พัดลม Macbook มาส่งแล้ว!!

posted on 13 May 2011 23:43 by ballll  in Nonsense
จาก Entry ที่แล้ว ที่บ่นไปว่าพัดลม Macbook พังเลยสั่งของมาจากต่างประเทศ ตอนนี้มันมาส่งแล้ว
 
ไหนมาดูหน้าตากันดีกว่า
 
 
ใส่ซองมาเล็กมาก แกะออกมาดูดีกว่า
 
 
ไหนลองเอามาเทียบกับพัดลมตัวเก่าเจ้าปัญหาซิ
 
 
ตัวซ้าย Original (เก่า) ตัวขวา Replacement (ใหม่)
 
ไม่รอช้า ประกอบเข้าเครื่องโลดดดด
 
 
รวมค่าเสียหายครั้งนี้ทั้งหมดเพียง 352 บาท 66 สตางค์ !! ถูกกว่าค่าบริการที่ศูนย์ซ่อมอีก (800 กว่าบาท นี่ยังไม่รวมค่าอะไหล่นะ ถ้ารวมก็ขึ้นพันแน่ๆ)
 
ทีนี้นู๋แมคของผมก็น่าจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งแล้ว
 
แต่ !! ปัญหามันยังไม่ได้หมดแค่นั้น
 
หลังจากประกอบกลับจนครบแล้ว กดเปิดเครื่องก็มีเสียงตุ่งงงงง ตามปกติ
 
แต่เอ๊ะ!? ทำไมจอมันไม่ติดวะ shift หายแล้ว จอนู๋แมคพังแน่ๆ ทำให้ตอนนี้ผมแบกนู๋แมตออกไปไหนไม่ได้แล้ว ต้องทนใช้ต่าง Mac Mini ไปซะงั้น เศร้าจัง Tongue out
 
แต่ก็จะทนใช้ต่อไปนะนู๋แมคสุดรักของผม Cool

Macbook พัง

posted on 09 May 2011 13:07 by ballll  in Nonsense
นู๋ Macbook คู่กายของผม ที่อีกไม่กี่วันก็จะมีอายุเกิน 5 ปีเข้าไปแล้ว ในขณะนี้ ได้ไปสู่สุขติ พัดลมกับ Harddisk พังเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ (จอกับ batt ก็เสื่อม แต่ batt เปลี่ยนแล้ว) ไอ่เราก็พยายามสะกดใจไว้ว่าจะยังไม่ซื้อใหม่ เพราะมันอยู่คู่กายเรามาตั้งหลายปี ทำให้เรามีทุกวันนี้ได้ ความรู้ทุกสิ่งก็ได้มาเพราะมีนู๋แมคเครื่องนี้ช่วย เลยอยากจะพยายามซ่อมมันก่อนโดยสั่ง HDD กับพัดลมมาเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้ก็ได้รับ HDD เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้พัดลม เพราะต้องรอของจากต่างประเทศ (จะซ่อมศูนย์ก็แพงมากครับ) จะเอามาใช้ทั้งๆ ที่ไม่มีพัดลมเลยเลยก็กลัวว่าอุณหภูมิมันจะสูงเกินไป จนทำให้อย่่างอื่นพังตามไปด้วย (เพราะไม่มีพัดลมระบายความร้อน) จะให้เราจะไปตรากตรำทนทำงานบน netbook จอ 9 นิ้วก็ไม่ไหว ปวดตามากๆ (บังเอิญผมมี netbook อีกเครื่อง ซึ่ง hdd พัง ไว้จะมาเขียนทีหลังครับ) ผมว่า netbook มันเหมาะที่จะพกออกไปนั่งเล่น web ข้างนอกมากกว่านะ
 
ตัวการที่ทำให้ผมลำบาก
 
แต่ก็คนมันต้องใช้อะนะ ก็ต้องดั้นด้นหาวิธี เลยเกิดเป็น solution นี้ขึ้นมาแทน
 
พัดลมเสียใช่มั้ย (ในรูปกำลัง Restore time machine backup อยู่ครับ)
 
 
ถอด keyboard ออกแล้วใช้ mitsubishi เป่าแทนก็ได้ฟระ Kiss
 
สุดท้ายแล้ว CPU เย็นกว่าใช้พัดลมในตัวอีกครับ 555
 
ปล. ผมต่อ External monitor, mouse, keyboard เอาครับ

Hello Exteen!

posted on 08 May 2011 20:24 by ballll  in Nonsense
สวัสดีบ้านใหม่ของผมบน exteen
 
หลังจากใช้ชีวิตบน wordpress ใน host ส่วนตัวมาสักพักนึง ก็เริ่มรู้สึกได้ว่าไม่มีคนอ่าน + มี spam เยอะด้วย (ขี้เกียจลง plugin ป้องกัน) เลยนึกถึง exteen ที่เคยเห็นในสมัยเด็กๆ ก็คิดว่า เอาวะ มาเขียนในนี้ดีกว่า อย่างน้อยก็น่าจะมีคน (ไม่ใช่บอท) มาอ่านบ้าง
 
หลังจากได้ลองใช้มาได้ก็รู้สึกได้ว่า exteen เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะเลย สามารถ custom css เองได้ทั้ง page ถึงแม้ว่า html บาง element มันจะแปลกๆไปหน่อยก็เถอะ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะอย่างไรหัวเรามันก็ design ไม่ไปอยู่แล้ว เขียนยังไง theme ก็ออกมาเรียบๆ กากๆ แบบที่เห็นอยู่ดี พอเขียนเสร็จแล้วมอง theme ที่ตัวเองทำก็รู้สึกแปลกๆ มันดูเรียบๆ ติ๋มๆ ยังไงก็ไม่รู้ งั้นผมให้ชื่อ theme นี้ว่า ติ๋มตีม ละกัน
 
ผมอาจเขียนไม่รู้เรื่อง เล่าเรื่องไม่เก่ง ใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยเยอะไป หรือเขียนสั้นๆ ไปบ้าง ก็ขออภัยท่านที่หลงเข้ามาอ่านไว้ด้วย และก็หวังว่าบ้านหลังนี้น่าจะอบอุ่นกว่า wordpress บ้านเก่าของผมนะครับ Money mouth
 
บอลลล
 
Update #1

ตอนนี้ผม point dns ของ balll.in มาที่ exteen แล้ว ถ้า dns update เมื่อไหร่ก็จะสามารถใช้ url www.balll.in เข้า blog นี้ได้ทันทีครับ
 
Update #2
 
ตอนนี้ www.balll.in ใช้งานได้แล้วครับ
 
 
 
 

edit @ 8 May 2011 22:24:53 by Balll